สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย

ข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวสารจากการประชุมใหญ่ระดับโลกของ ICA

โดย นางสาวสุภ์จิตรา ปิยะจันทร์
 วันที่ 08 ต.ค. 2569 เวลา 08:50 น.
 77
UploadImage

ข่าวสารจากการประชุมใหญ่ระดับโลกของ ICA
โดย รศ.ดร.จุฑาทิพย์ ภัทราวาท

การประชุมใหญ่องค์การสัมพันธภาพสหกรณ์ระหว่างประเทศ (International Cooperative Alliance: ICA) ณ กรุงปานามาซิตี้ สาธารณรัฐปานามา เมืิ่อวันที่ 14 - 18 กันยายน พ.ศ. 2569 ซึ่งนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม ประธานกรรมการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย (สสท.) ได้เข้าร่วมการประชุมด้วยนั้น การประชุมเป็นไปภายใต้หัวข้อหลัก "สะพานเชื่อม: สหกรณ์ร่วมมือกันสร้างสรรค์ให้เกิดสันติสุขในโลก” โดยผู้เข้าร่วมประชุมมีมากกว่า 1,500 คน ประกอบไปด้วยผู้นำสหกรณ์ สมาชิกจากภาคส่วนต่างๆของ ICA รวมถึงผู้กำหนดนโยบายและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายสหกรณ์จากทั่วโลก

UploadImage

UploadImage

UploadImage

UploadImage

ผู้แทนยูเนสโก: ได้นำเสนอในหัวข้อ"มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต" โดยเน้นย้ำถึงจุดเชื่อมโยงระหว่าง "วัฒนธรรมสหกรณ์" กับความยั่งยืนของมนุษยชาติ ใน 2 ประเด็นหลัก ได้แก่

• สหกรณ์ในฐานะมรดกทางวัฒนธรรม โดยชี้ว่า โมเดลธุรกิจสหกรณ์และการร่วมแรงร่วมใจ ไม่ได้เป็นแค่ระบบเศรษฐกิจ แต่เป็น "วัฒนธรรมและภูมิปัญญาทางสังคม" ที่ช่วยให้ชุมชนอยู่รอดจากวิกฤต การปกป้องสหกรณ์จึงเท่ากับการปกป้องความหลากหลายทางวัฒนธรรมของโลก
• การใช้เทคโนโลยีอย่างมีมนุษยธรรม: บนเวทีเสวนาด้านนวัตกรรม ผู้แทนยูเนสโกได้เตือนให้สหกรณ์ระวังการพึ่งพาปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือแพลตฟอร์มบิ๊กเทคมากเกินไปจนลดทอนปฏิสัมพันธ์และการควบคุมโดยมนุษย์ เขาเสนอให้ใช้แนวคิด "เมืองแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน" (Learning Cities) โดยให้สหกรณ์เป็นศูนย์กลางในการกระจายความรู้ด้านดิจิทัลอย่างเท่าเทียม เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างทางเทคโนโลยี (Digital Divide) ในกลุ่มคนเปราะบาง


UploadImage
 
ในส่วนของการประชุมระหว่างผู้แทนสหกรณ์ได้มีการนำเสนอแนวคิดจากกรณีตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จจากหลายประเทศตลอดจนการอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดกันอย่างกว้างขวางโดยมีข้อสรุปที่สำคัญดังนี้

1. สหกรณ์ คือเครื่องมือสร้างสันติสุขโดยภาคประชาชน
ในช่วงเวลาที่โลกเผชิญหน้ากับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สหกรณ์สามารถทำหน้าที่เป็น "สะพานเชื่อม" ที่ทรงพลัง เพราะเป็นโมเดลธุรกิจที่ไม่ได้มุ่งเน้นผลกำไรสูงสุด แต่เน้นการรวมกลุ่มเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในการสร้างความมั่นคงให้แก่ผู้คนจากฐานราก จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ซึ่งเป็นรากเหง้าของความขัดแย้งส่วนใหญ่ในโลก
2. การเร่งขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของเครือข่ายสหกรณ์ ICA ภายใต้กรอบเวลาที่กำหนดไว้ในปี 2573 ที่สำคัญ ได้แก่ เรื่องการขจัดความยากจน (SDG 1) การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ (SDG 8) ตลอดจนการดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อสู้กับสภาพภูมิอากาศ (SDG 13) โดยที่ผ่านมามีหลักฐานเชิงประจักษ์ชี้ให้เห็นว่าการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนโดยกลไกของสหกรณ์ภาคการเกษตรและพลังงานหมุนเวียนในภูมิภาคต่างๆ ถูกยกย่องให้เป็นต้นแบบของการทำธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน
3. การปฏิรูปกฎหมายเพื่อรองรับอนาคต
ประเด็นสำคัญจากเวทีประชุมด้านกฎหมายชี้ว่า กฎหมายสหกรณ์ในหลายประเทศยังล้าสมัยและไม่เอื้อต่อการแข่งขันในยุคดิจิทัล เหล่าผู้นำด้านกฎหมายมีข้อเรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกร่วมมือกับ ICA เพื่อปรับปรุงข้อบังคับให้สอดคล้องกับ "อัตลักษณ์สหกรณ์" (Cooperative Identity) และรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจยุคใหม่

ข้อสรุปจากการประชุมดังกล่าวได้นำมาซึ่ง "ปฏิญญาปานามา" (Panama Declaration) ซึ่งประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2569 โดยมีสาระสำคัญที่เน้นย้ำถึงบทบาทของสหกรณ์ในการสร้างสันติสุขทั่วโลก ดังนี้
• ขบวนการเพื่อสันติสุขและความมั่งคั่ง: ปฏิญญาเริ่มต้นด้วยการยืนยันว่า การร่วมมือกันในรูปแบบสหกรณ์คือพลังอันทรงคุณค่าในการขับเคลื่อนสันติสุข, ความยุติธรรม, ประชาธิปไตย, การมีส่วนร่วมของทุกคน, ความสามัคคี และความมั่งคั่งร่วมกัน
• การผลักดัน "ระบบเศรษฐกิจเพื่อสันติสุข" (Peace Economy): มุ่งเน้นการสร้างระบบเศรษฐกิจที่ช่วยขจัดเงื่อนไขต่างๆ ที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง พร้อมทั้งส่งเสริมอาชีพที่มีเกียรติ การลดความเหลื่อมล้ำ และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในชุมชน
• ข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลและกลไกโลก: เรียกร้องให้รัฐบาลของประเทศต่างๆ รวมถึงองค์การสหประชาชาติ ยอมรับและสนับสนุนให้สหกรณ์เป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ในการฟื้นฟูเสถียรภาพ การป้องกันความขัดแย้ง และการฟื้นฟูหลังเกิดวิกฤต
• เป้าหมายการเติบโตของขบวนการสหกรณ์โลกตั้งเป้าหมายที่จะขยายขนาดเศรษฐกิจของระบบสหกรณ์เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าภายในปี พ.ศ. 2578 เพื่อเพิ่มผลกระทบเชิงบวกทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
 

UploadImage

นอกจากนี้ ปฏิญญาดังกล่าวยังเป็นฐานรองรับแผนยุทธศาสตร์ใหม่ของ ICA ที่ได้กำหนดไว้ระหว่างปี 2569–2573 ภายใต้แนวคิด Practice, Promote, Protect (ปฏิบัติ ส่งเสริม และปกป้อง) เพื่อเปลี่ยนคำมั่นสัญญาเหล่านี้ให้กลายเป็นการกระทำที่จับต้องได้จริงทั่วโลก

เรียบเรียงจากเว็บไซต์ www.ica.coop โดย รศ.ดร.จุฑาทิพย์ ภัทราวาท