Home
โทร 02 669 3254 - 63 |
Sitemap
|
สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย
CO-OPERATIVE LEAGUE OF THAILAND
เมนู
สันนิบาตสหกรณ์ฯ
ประวัติสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย
ทำเนียบผู้บริหารสันนิบาตแห่งประเทศไทย
วิสัยทัศน์ และพันธกิจ
นโยบายการดำเนินการ
อำนาจหน้าที่
แผนพัฒนาสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย
ระเบียบสันนิบาตสหกรณ์ฯ ว่าด้วย สันนิบาตจังหวัด พ.ศ. 2562
ระเบียบสันนิบาตสหกรณ์ฯ ว่าด้วย การให้การศึกษาฝึกอบรมวิชาการสหกรณ์ฯ พ.ศ. 2567
แผนที่ สันนิบาตสหกรณ์ฯ
ระบบงาน สันนิบาตสหกรณ์ฯ
โครงสร้างองค์กร
โครงสร้างองค์กร
โครงสร้างผู้บริหาร
คณะกรรมการดำเนินการฯ ชุดที่ 26
คณะผู้ตรวจสอบกิจการ
ที่ปรึกษาสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย
หน่วยงานภายใน
ผู้อำนวยการ
สายงานบริหาร
สายงานส่งเสริมสหกรณ์
สถาบันพิทยาลงกรณ์
สำนักยุทธศาสตร์และกฎหมาย
ฝ่ายตรวจสอบภายใน
เกี่ยวกับสหกรณ์
ประวัติพระบิดา
วิวัฒนาการสหกรณ์ไทย
ประเภทสหกรณ์
หลักการณ์ อุดมการณ์ และวิธีการสหกรณ์
ขั้นตอนการจัดตั้งสหกรณ์
พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 (ฉบับสมบูรณ์)
สารสนเทศสหกรณ์
ผลิตภัณฑ์สหกรณ์
ติดต่อเรา
ข่าวกิจกรรม
หน้าแรก
ข่าวกิจกรรม
คสคท.ชี้แจง ต่อคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง หาทางออก ผลกระทบร่างกฎกระทรวงฯ
โดย นางสาวสุภ์จิตรา ปิยะจันทร์
วันที่ 11 ก.ย. 2567 เวลา 15:23 น.
6935
คสคท.ชี้แจง ต่อคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง หาทางออก ผลกระทบร่างกฎกระทรวงฯ
(วันที่ 11 กันยายน 2567) นายปัณฐวิชญ์ มุ่งสมัครศรีกุล ผู้อำนวยการ สันนิบาตสหกรณ์ฯ (สสท.) ได้รับมอบหมายจากนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม ประธานฯ สสท. นำคณะเครือข่ายสหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย (คสคท.) ประกอบด้วย 1. นายอุทัย ศรีเทพ ประธานเครือข่ายสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน แห่งประเทศไทย (หัวหน้าคณะฯ) 2. นายสมพล ตันติสันติสม ประธานสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย 3.นายเกรียงศักดิ์ เนื้อสีจัน กรรมการชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย4. นายจำเริญ พรหมมาศ ประธานชมรมสหกรณ์ออมทรัพย์ภาคใต้ 5. นายสุภาพ จันทร์ภิรมย์ ผู้แทนชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย 6. ดร.ธานี ก่อบุญ ผู้แทนชมรมสหกรณ์ออมทรัพย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ นายปัณฐวิชญ์ มุ่งสมัครศรีกุล ผู้อำนวยการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย (ผู้ประสานงานงาน)ประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน ณ ห้อง N401 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา เพื่อพิจารณาหารือศึกษาแนวทางร่วมกันให้เป็นไปด้วยความรอบคอบ ถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างกฎกระทรวงการบริหารจัดการและการกำกับดูแลทางการเงินของสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน พ.ศ....เนื่องจากเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2567 คสคท. ยื่นหนังสือ ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ถอนร่างกระทรวงดังกล่าวเพื่อนำกลับมารับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียและแก้ไขปรับปรุงใหม่ก่อนเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป และขอให้ยกเลิกระเบียบระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการหักเงินเดือน เงินบำเหน็จ บำนาญข้าราชการเพื่อชำระหนี้เงินกู้ให้แก่สวัสดิการภายในส่วนราชการและสหกรณ์ พ.ศ. 2551
สืบเนื่องจากที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯได้ลงนามในหนังสือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ กษ 1115/5882 ลว. 5 มิถุนายน 2567 ถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เสนอคณะรัฐมนตรี พิจารณาอนุมัติหลักการกฎกระทรวงการบริหารจัดการและการกำกับดูแลทางการเงินของสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน พ.ศ...เพื่อประกาศและถือใช้ และมีข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2566 รัฐบาลได้มีนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชนรวมถึงสมาชิกสหกรณ์ โดยผลักดันให้สหกรณ์และสถาบันการเงินปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เหลือ ร้อยละ 4.75 และกำหนดมาตรการให้สมาชิกสหกรณ์มีเงินได้รายเดือนคงเหลือภายหลังหักชำระหนี้แล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 และเมื่อหักเงินกู้ได้ ร้อยละ 70 ต้องเฉลี่ยกับเจ้าหนี้ทุกราย กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ขอความร่วมมือไปยังสหกรณ์ต่างๆ และสหกรณ์จังหวัด ตั้งคณะทำงานฯ ออกชี้แจงไปยังส่วนที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศแล้ว กระทรวงศึกษาธิการ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้แจ้งให้ส่วนราชการผู้หักเงิน ถือปฏิบัติตามระเบียบ กระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการหักเงินเดือน เงินบำเหน็จ บำนาญข้าราชการเพื่อชำระหนี้เงินกู้ให้แก่สวัสดิการภายในส่วนราชการและสหกรณ์ พ.ศ.2551 ซึ่งสาระสำคัญในระเบียบดังกล่าว มีข้อกำหนดเกี่ยวกับ “ ผู้กู้ซึ่งมีรายได้รายเดือนจะต้องมีเงินเหลือสุทธิหลังจากหักชำระหนี้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30”
ณ ปัจจุบันข้อเท็จจริงปรากฏว่า ข้าราชการครูได้ยื่นฟ้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และผู้บริหารของกระทรวงศึกษาธิการผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้ดำเนินการหักเงินเดือนหรือเงินบำเหน็จบำนาญเพื่อชำระหนี้เงินกู้ให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการหักเงินเดือนบำเหน็จบำนาญข้าราชการเพื่อชำระหนี้เงินกู้ให้แก่ส่วนราชการภายในส่วนราชการและสหกรณ์ พ.ศ.2551 กล่าวคือเมื่อหักชำระหนี้แล้ว ต้องเหลือเงินเดือนไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ อร 83/2567 และคดีหมายเลขแดงที่ อร 92 / 2567 สรุปว่า ผู้มีหน้าที่หักเงินได้รายเดือนในหน่วยงานกระทรวงศึกษาธิการไม่มีหน้าที่ดำเนินการหักเงินเดือน หรือเงินบำเหน็จบำนาญเพื่อชำระหนี้เงินกู้ตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว (เหลือเงินเดือนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 30) แต่อย่างใดโดยมีเหตุผลและสาระสำคัญดังนี้
1. แม้ว่ารัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการจะมีอำนาจออกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการดังกล่าว เพื่อใช้บังคับแก่ส่วนราชการที่อยู่ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการก็ตาม แต่การออกระเบียบเช่นว่านั้นจะต้องนำไปประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เสียก่อนจึงจะมีผลบังคับใช้ได้ ดังนั้นเมื่อระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการหักเงินเดือน เงินบำเหน็จบำนาญข้าราชการเพื่อชำระหนี้เงินกู้ให้แก่สวัสดิการภายในส่วนราชการและสหกรณ์ พ.ศ.2551 ยังมิได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา จึงไม่มีสภาพใช้อย่าง กฎ 2. เมื่อพิจารณาข้อ 7 ของระเบียบดังกล่าว ยังขัดแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 มาตรา 42/1 ที่บัญญัติให้หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่ในการหักเงินเดือนข้าราชการที่เป็นสมาชิกสหกรณ์เพื่อชำระหนี้หรือภาระผูกพันอื่นที่มีต่อสหกรณ์ ให้แก่สหกรณ์ตามจำนวนที่สหกรณ์แจ้งไป จนกว่าหนี้หรือภาระผูกพันนั้นระงับสิ้นไป และขัดแย้งกับข้อ 30 ของระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จบำนาญ เงินประจำตำแหน่ง เงินเพิ่ม และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน พ.ศ.2550 ที่กำหนดให้ทำหนังสือให้ความยินยอมของข้าราชการ หรือผู้มีสิทธิรับบำเหน็จบำนาญ ที่ให้ส่วนราชการหักเงินเดือนหรือเงินบำเหน็จบำนาญเพื่อชำระหนี้ให้แก่สหกรณ์โดยมีผลผูกพันตลอดไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้น และก่อนที่ศาลปกครองสูงสุดจะมีคำพิพากษาในคดีดังกล่าว กรมส่งเสริมสหกรณ์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เสนอร่างกฎกระทรวง การบริหารจัดการและการกำกับดูแลทางการเงินของสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติ โดยส่วนหนึ่งของร่างกฎกระทรวงดังกล่าวกำหนดให้เมื่อหักเงินชำระหนี้สหกรณ์แล้ว สมาชิกต้องมีเงินเดือนคงเหลือสุทธิ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ซึ่งขัดแย้งต่อพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 มาตรา 42/1 เช่นกัน
ด้วยเหตุผลข้างต้น คสคท.จึงขอเรียกร้องให้ถอนร่างกฎกระทรวง การบริหารจัดการและการกำกับดูแลทางการเงินของสหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิตยูเนี่ยน พ.ศ... และยกเลิกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการหักเงินเดือน เงินบำเหน็จบำนาญข้าราชการเพื่อชำระหนี้เงินกู้ให้แก่สวัสดิการภายในส่วนราชการและสหกรณ์ พ.ศ.2551ประกอบ คสคท. ประกอบกับ มีข้อสรุปร่วมกันว่าหากปล่อยผ่าน (ร่าง) กฎกระทรวงการบริหารจัดการและการกำกับดูแลทางการเงินของสหกรณ์ออมทรัพย์ และสหกรณ์เครดิตยูเนียน พ.ศ... ออกมาบังคับใช้อาจจะเป็นการแก้ปัญหาที่ผิดจุด เนื่องจากมีการหยิบยกปัญหาที่เคยเกิดขึ้นกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น สหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจพัทลุง และสหกรณ์อื่นๆซึ่งส่วนใหญ่เป็นปัญหาเรื่องคนไม่ใช่ระบบ ควรที่จะต้องจัดการเป็นรายสหกรณ์ไม่ควรอย่างยิ่งจะทำให้สหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิตยูเนี่ยนทั้งหมดเกิดปัญหาตามมาด้วย ซึ่งสหกรณ์ส่วนใหญ่สามารถบริหารจัดการได้ดีไม่เกิดปัญหาแต่ประการใด อีกทั้งการกำหนดเกณฑ์กำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิตยูเนี่ยนทั้งหมดด้วยเกณฑ์เดียวกันแบบ One Size Fit All จะทำลายการเติบโตอย่างมั่นคงของระบบสหกรณ์ในระยะยาว สหกรณ์ที่ไม่มีปัญหาก็จะเกิดผลกระทบ การช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ หรือสหกรณ์อื่น ก็จะทำได้ยากลำบากยิ่งขึ้นขัดต่อปรัชญาของสหกรณ์ที่ต้องการพึ่งพาซึ่งกันและกัน ซ้ำยังเป็นการผลักสหกรณ์เข้าสู่ระบบทุนนิยมอย่างเต็มตัว ความเป็นสหกรณ์จะเหลือไว้เพียงชื่อเท่านั้น การนำหลักเกณฑ์เช่นนี้มาใช้เปรียบเสมือนการบอนไซไม่ให้สหกรณ์เติบโต สิ่งที่ต้องแก้ปัญหาจึงไม่ใช่ระบบ แต่ต้องแก้ที่คนและการบริหารจัดการที่ดี ดังนั้น ขอให้ถอนร่างกฎกระทรวงฯ ออกไปก่อนเพราะการนำร่างกฎกระทรวงฯ ออกมาทบทวนโดยการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายอย่างรัดกุม ก่อนนำไปบังคับใช้ ย่อมจะส่งผลดีต่อความมั่นคงและประสิทธิภาพการบริหารจัดการสหกรณ์ อันจะนำมาซึ่งการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของสมาชิกซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดของการดำเนินงานสหกรณ์ในที่สุดเพื่อยังคงให้สหกรณ์เป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจขั้นพื้นฐานของประเทศต่อไป
ทั้งนี้ ผลการประชุมคณะกรรมาธิการการเงิน การคลังฯมี ดังนี้
1) ผู้แทนกรมส่งเสริมสหกรณ์ เห็นด้วยกับการถอนร่างกฏกระทรวงฯมาพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง 2) ผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการ เห็นด้วยกับการพูดคุยหาทางออกร่วมกันในแนวทางหักเงินชำระหนี้ของกระทรวงศึกษา
นอกจากนั้น ที่ประชุมคณะกรรมาธิการ มีมติ 1) เห็นด้วยกับการถอนร่างกฎกระทรวงออกมาพิจารณาร่วมกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้กฎกระทรวงที่นำมาบังคับใช้แล้วส่งเสริมความมั่นคงและเข้มแข็งของสหกรณ์
2) คณะกรรมาธิการการคลังฯ จะมีข้อเสนอไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการถอนร่างกฎกระทรวงฯ 3) ให้กรมส่งเสริมสหกรณ์แจ้งไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรงเกษตรและสหกร์ในการถอนร่างกฎกระทรวง4) เนื้อหากฎกระทรวงที่เปนผลกระทบให้พูดคุยกันระหว่างผู้เกี่ยวข้องให้ชัดเจน จึงนำมาเป็นกฎกระทรวงอีกครั้ง
กิจกรรมล่าล่าสุด
11 ก.ย. 67
รอบรู้กฎหมายว่าด้วยการบังคับคดี รุ่นที่ 1
451 ครั้ง
11 ก.ย. 67
การพัฒนาศักยภาพการควบคุมภายในของสหกรณ์ รุ่นที่ 3
395 ครั้ง
11 ก.ย. 67
การสร้างทีมงานสู่ความสำเร็จ รุ่นที่ 1
361 ครั้ง
11 ก.ย. 67
การพัฒนากรรมการดำเนินการใหม่ เพื่อสหกรณ์ยั่งยืน รุ่นที่ 2
363 ครั้ง
11 ก.ย. 67
สสท. เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการบริหารองค์การ ICA- AP
82 ครั้ง
ดูทั้งหมด
เราใช้คุกกี้ (cookie) เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานจากการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราและเพื่อสนับสนุนประสิทธิภาพในการนำเสนอข้อมูลและ เนื้อหาต่างๆ ที่ผู้เข้าใช้งานจะได้รับชม
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
โดยทางเว็บไซต์จะสร้างไฟล์ข้อมูลที่มีขนาดเล็กไว้ในอินเตอร์เน็ตเบราว์เซอร์ของผู้เข้าใช้งาน เพื่อเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานของท่าน รวมถึงเพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการต่างๆ ภายในเว็บไซต์ของเรา และเมื่อผู้เข้าใช้งานกลับมาเยี่ยมชม หรือกลับเข้ามาใช้บริการในครั้งต่อไป แต่การเก็บข้อมูลด้วยคุกกี้จะไม่เก็บข้อมูลส่วนตัวใดๆของท่าน การยอมรับนี้จะไม่ทำให้เครื่องของท่านติดไวรัส หรือมัลแวร์แต่อย่างใด ทั้งนี้เพื่อทำการวิเคราะห์ซึ่งอาจทำหรือให้บริการโดยบุคคลอื่นที่ให้บริการหรือได้รับมอบหมายให้กระทำแทนในนามของเรา เช่น Google Analytic เป็นต้น เมื่อผู้เข้าใช้งานมีการกลับมาเยี่ยมชมเว็บไซต์โดยไม่เปลี่ยนแปลงการตั้งค่าคุกกี้บนอินเตอร์เน็ตเบราส์เซอร์ อุปกรณ์ของผู้ใช้งานจะยอมรับคุ๊กกี้อัตโนมัติในการเข้าใช้งานในครั้งต่อไป ซึ่งถ้าหากผู้เข้าใช้งานไม่ต้องการให้คุกกี๊ทำการรวบรวมข้อมูล ผู้ใช้งานสามารถเลือกเปลี่ยนแปลง หรือตั้งค่าการยอมรับคุกกี๊ได้ที่เมนู "การตั้งค่า" ของอินเตอร์เน็ตเบราว์เซอร์ที่ใช้งานอยู่
ยอมรับ