Home
โทร 02 669 3254 - 63 |
Sitemap
|
สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย
CO-OPERATIVE LEAGUE OF THAILAND
เมนู
สันนิบาตสหกรณ์ฯ
ประวัติสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย
ทำเนียบผู้บริหารสันนิบาตแห่งประเทศไทย
วิสัยทัศน์ และพันธกิจ
นโยบายการดำเนินการ
อำนาจหน้าที่
แผนพัฒนาสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย
ระเบียบสันนิบาตสหกรณ์ฯ ว่าด้วย สันนิบาตจังหวัด พ.ศ. 2562
ระเบียบสันนิบาตสหกรณ์ฯ ว่าด้วย การให้การศึกษาฝึกอบรมวิชาการสหกรณ์ฯ พ.ศ. 2567
ระบบงาน สันนิบาตสหกรณ์ฯ
แผนที่ สันนิบาตสหกรณ์ฯ
โครงสร้างองค์กร
โครงสร้างองค์กร
โครงสร้างผู้บริหาร
คณะกรรมการดำเนินการฯ ชุดที่ 26
คณะผู้ตรวจสอบกิจการ
ที่ปรึกษาสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย
หน่วยงานภายใน
ผู้อำนวยการ
สายงานบริหาร
สายงานส่งเสริมสหกรณ์
สถาบันพิทยาลงกรณ์
สำนักยุทธศาสตร์และกฎหมาย
ฝ่ายตรวจสอบภายใน
เกี่ยวกับสหกรณ์
ประวัติพระบิดา
วิวัฒนาการสหกรณ์ไทย
ประเภทสหกรณ์
หลักการณ์ อุดมการณ์ และวิธีการสหกรณ์
ขั้นตอนการจัดตั้งสหกรณ์
พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 (ฉบับสมบูรณ์)
สารสนเทศสหกรณ์
ผลิตภัณฑ์สหกรณ์
ติดต่อเรา
ข่าวประชาสัมพันธ์
หน้าแรก
ข่าวประชาสัมพันธ์
ครึ่งศตวรรษแห่งการพัฒนาสหกรณ์ สู่ความมั่นคงอย่างยั่งยืนเกษตรกรไทย
โดย นางสาวสุภ์จิตรา ปิยะจันทร์
วันที่ 30 ก.ย. 2565 เวลา 13:36 น.
1762
ครึ่งศตวรรษแห่งการพัฒนาสหกรณ์
สู่ความมั่นคงอย่างยั่งยืนเกษตรกรไทย
กว่าครึ่งศตวรรษกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขับเคลื่อนโครงการสำคัญต่าง ๆ ผ่านนโยบายรัฐบาล โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างความมั่นคงในเรื่องอาชีพและรายได้ให้กับสมาชิกสหกรณ์กว่า 12 ล้านครอบครัว จากสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรกว่า 12,000 แห่งทั่วประเทศในวันนี้ ทั้งนี้เพื่อยกระดับภาคการเกษตร ให้สามารถเพิ่มมูลค่าผลผลิตมากขึ้นและสามารถเชื่อมโยงตลาดได้ด้วยการดำเนินงานก้าวหน้ามาโดยตลอดเห็นได้จากทุนดำเนินงานของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร มูลค่า 3.56 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3.47 หมื่นล้านบาท ยิ่งกว่านั้นมีปริมาณธุรกิจสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร รวมมูลค่า 2.13 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.85 หมื่นล้านบาท
จะเห็นว่าทุกโครงการที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ขับเคลื่อนและสนับสนุนการดำเนินงานให้กับสหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกรตลอดปี 2565 ตามนโยบายของนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร สนับสนุนให้คนรุ่นใหม่ได้กลับสู่ถิ่นฐานบ้านเกิด สานต่ออาชีพการเกษตรของครอบครัว หรือโครงการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจร้านค้าสหกรณ์ในรูปแบบซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ รองรับสินค้าและผลผลิตของสมาชิก รวมถึงเครือข่ายสหกรณ์ต่างภูมิภาคมาวางจำหน่าย เพื่อให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสเข้าถึงสินค้าและผลผลิตของสมาชิกสหกรณ์ได้ในราคายุติธรรมนั้นล้วนส่งผลทำให้สหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกรมีความเข้มแข็ง และมีความเจริญก้าวหน้าในการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้น
“พ.ศ.ที่เปลี่ยนไป แต่งานหลักของเราก็ต้องทำต่อไป วันนี้เราได้มาทำสิ่งที่ตั้งใจ อย่างไรก็แล้วแต่นโยบายเก่า เราต้องทำให้มั่นคง ก่อนจะไปตอกเสาเข็มต้นต่อไป เราต้องหันมามองว่าเสาเข็มที่เราตอกไปนั้นเป็นความมั่นคงถาวรเปรียบต้นไม้ก็ต้องมีรากแก้ว ต้องเจอพายุฝนต่าง ๆ ที่จะถาโถมเข้ามา ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมเราต้องกลับมาดูว่าเกษตรกรสมควรจะต้องมีอะไร อย่างโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน ก็ต้องไม่ให้เขาเคว้งคว้าง หรือซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ต้องทำหน้าที่กระจายสินค้าที่ดีมีคุณภาพและปลอดภัยให้กับผู้บริโภค เดี๋ยวนี้ทุกกระทรวง ต้องหันมามองว่า สหกรณ์มีศักยภาพ สามารถเป็นแหล่งกระจายสินค้าได้ เมื่อมีนโยบายใหม่ ๆ เข้ามาอย่าลืมสานต่อนโยบายเก่าจะได้ไม่ขาดช่วง ไม่ทิ้งเกษตรกรไว้ข้างหลัง” นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวตอนหนึ่งในระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนาทางวิชาการ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 50 ปีกรมส่งเสริมสหกรณ์ วันที่ 1 ตุลาคม 2565
อย่างไรก็ตามในปี 2566 กรมส่งเสริมสหกรณ์ ยังคงเดินหน้าสนองนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมกับการขับเคลื่อนแผนพัฒนาการสหกรณ์ฉบับที่ 5 ภายใต้วิสัยทัศน์ “สหกรณ์เข้มแข็งและเป็นองค์กรสมรรถนะสูงด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก”ในพันธกิจ 5 ด้านที่สำคัญ ประกอบด้วย การพัฒนาบุคลากร เพิ่มสมรรถนะ ทักษะ ความรู้ ด้านดิจิทัลและนวัตกรรม การพัฒนาองค์กร ด้วยการนำเทคโนโลยี มาใช้สร้างนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนหลักธรรมาภิบาล และการบริหารจัดการ การพัฒนาด้านข้อมูลสารสนเทศ ด้วยการสร้างนวัตกรรม วางระบบข้อมูล ทำให้เข้าถึงได้ง่าย และผู้ใช้มีความเชื่อมั่น การส่งเสริมสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร เพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการ การแข่งขันและการกำกับดูแลสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร โดยใช้เทคโนโลยีสนับสนุนให้ทันต่อสถานการณ์
โดยมีความมุ่งหวังให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นองค์กรด้านการใช้ข้อมูลขับเคลื่อนงานส่งเสริมพัฒนาสหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกร ให้สามารถใช้ข้อมูลสารสนเทศประกอบการวางแผน การพัฒนาองค์กร ยกระดับสู่องค์กรสมรรถนะสูง ด้วยนวัตกรรม มีความสามารถในการแข่งขัน มีธรรมาภิบาล สร้างความกินดี อยู่ดี มีความเป็นธรรม และสันติสุขในสังคม พร้อมปรับตัวเพื่อก้าวสู่ “Next Normal” บนพื้นฐานของความสมดุลและยั่งยืน และบรรลุเป้าหมายตามแผนการพัฒนาประเทศ เพื่อให้ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนา ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”
นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวถึงแนวทางการขับเคลื่อนโครงการสำคัญในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจหลังโควิดคลี่คลายส่วนหนึ่งพี่น้องเกษตรกรมีปัญหาเรื่องการจำหน่ายผลผลิต ทางกรมส่งเสริมสหกรณ์จะเน้นตลาดนำการผลิต จะต้องหาตลาดให้พี่น้องเกษตรกรก่อนเริ่มต้นการผลิตอะไรจะได้ตรงกับความต้องการของตลาด อีกส่วนก็จะเน้นการทำผลิตแบบแปลงใหญ่เพื่อรวมกลุ่มผู้ผลิตให้สามารถลดต้นทุนลง โดยการใช้เครื่องมืออุปกรณ์ทางการเกษตรร่วมกัน มีการบริหารจัดการแปลงร่วมกัน ผ่านระบบเศรษฐกิจพอเพียง
“เราจะเห็นว่าสมาชิกสหกรณ์ส่วนใหญ่มีที่ดินค่อนข้างน้อยคนละ 5 ไร่ 10 ไร่ เราก็ให้เน้นการผลิตที่พอกินพอใช้ในครัวเรือนก่อนเพื่อให้เขาลดค่าใช้จ่าย เน้นทำบัญชีครัวเรือนเพื่อให้เขารู้รายได้รายจ่ายของเขาแล้วนำส่วนที่เหลือไปขายในตลาด เราก็จัดตลาดให้เขา ทั้งที่เป็นตลาดในท้องถิ่นและซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ เน้นให้เขาผลิตสินค้าที่มีรายได้ตลอด ทั้งปี มีทั้งปลูกพืชผัก เลี้ยงสัตว์ มีรายได้รายวันรายเดือน รวมถึงปลูกไม้ยืนต้นมีรายได้รายปีควบคู่กับการเลี้ยงสัตว์ไปด้วยอาจจะเลี้ยงวัวตัวสองตัวหรือเลี้ยงสัตว์อย่างอื่นเพื่อนำมูลมาทำปุ๋ยใช้สำหรับปลูกพืชต่อไป” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์เผย
นายวิศิษฐ์ยังกล่าวถึงแหล่งทุนที่มาสนับสนุนสมาชิกสหกรณ์ให้มีอาชีพและรายได้ว่ากรมส่งเริมสหกรณ์ มีเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำร้อยละ 1 ให้เกษตรกรสมาชิกที่ประสงค์จะกู้เปลี่ยนอาชีพจากเดิมปลูกพืชเชิงเดี่ยวให้หันมาทำเกษตรผสมผสาน โดยให้สมาชิกสหกรณ์กู้รายละไม่เกิน 50,000 บาทและ 30,000 บาท มีระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 3-5 ปี นอกจากนี้ยังมีโครงการพักชำระหนี้และลดต้นลดดอกจนกว่าเขาจะมีรายได้เพียงพอ ทั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาเกษตรกรสมาชิกที่ไม่สามารถชำระหนี้นอกระบบได้
“เหตุผลที่เราไม่ให้กู้จำนวนเงินมากมาย ก็เพราะเราจะเข้าไปเสริมและต้องการให้เขาใช้แนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการทำการเกษตรเพื่อให้เขามีรายได้ที่สามารถอยู่ได้ เพราะวิถีชีวิตเกษตรกรในปัจจุบันส่วนใหญ่ทำเกษตรเชิงเดี่ยว มีแต่หนี้ เราก็พยายามพลิกฟื้นกลุ่มคนเหล่านี้เพื่อให้เขาอยู่ได้ มีรายได้เพียงพอ ไม่อย่างนั้นครอบครัวของเกษตรกรก็จะล่มสลาย เพราะภาวะหนี้ สุดท้ายก็อพยพโยกย้ายไปที่อื่นก็จะมีปัญหาทางสังคมตามมา”อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์สรุปทิ้งท้าย
กิจกรรมล่าล่าสุด
30 ก.ย. 65
exttest9911
19 ครั้ง
30 ก.ย. 65
probetest7788
16 ครั้ง
30 ก.ย. 65
สสท.เปิดอบรม หลักสูตร “กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานสหกรณ์” รุ่นที่ 5
83 ครั้ง
30 ก.ย. 65
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานสหกรณ์ รุ่นที่ 5
355 ครั้ง
30 ก.ย. 65
ประกาศ สอบราคาจัดจ้างพนักงานบริษัททำความสะอาดและจัดเตรียมห้องพัก
97 ครั้ง
ดูทั้งหมด
เราใช้คุกกี้ (cookie) เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานจากการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราและเพื่อสนับสนุนประสิทธิภาพในการนำเสนอข้อมูลและ เนื้อหาต่างๆ ที่ผู้เข้าใช้งานจะได้รับชม
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
โดยทางเว็บไซต์จะสร้างไฟล์ข้อมูลที่มีขนาดเล็กไว้ในอินเตอร์เน็ตเบราว์เซอร์ของผู้เข้าใช้งาน เพื่อเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานของท่าน รวมถึงเพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการต่างๆ ภายในเว็บไซต์ของเรา และเมื่อผู้เข้าใช้งานกลับมาเยี่ยมชม หรือกลับเข้ามาใช้บริการในครั้งต่อไป แต่การเก็บข้อมูลด้วยคุกกี้จะไม่เก็บข้อมูลส่วนตัวใดๆของท่าน การยอมรับนี้จะไม่ทำให้เครื่องของท่านติดไวรัส หรือมัลแวร์แต่อย่างใด ทั้งนี้เพื่อทำการวิเคราะห์ซึ่งอาจทำหรือให้บริการโดยบุคคลอื่นที่ให้บริการหรือได้รับมอบหมายให้กระทำแทนในนามของเรา เช่น Google Analytic เป็นต้น เมื่อผู้เข้าใช้งานมีการกลับมาเยี่ยมชมเว็บไซต์โดยไม่เปลี่ยนแปลงการตั้งค่าคุกกี้บนอินเตอร์เน็ตเบราส์เซอร์ อุปกรณ์ของผู้ใช้งานจะยอมรับคุ๊กกี้อัตโนมัติในการเข้าใช้งานในครั้งต่อไป ซึ่งถ้าหากผู้เข้าใช้งานไม่ต้องการให้คุกกี๊ทำการรวบรวมข้อมูล ผู้ใช้งานสามารถเลือกเปลี่ยนแปลง หรือตั้งค่าการยอมรับคุกกี๊ได้ที่เมนู "การตั้งค่า" ของอินเตอร์เน็ตเบราว์เซอร์ที่ใช้งานอยู่
ยอมรับ