Home
โทร 02 669 3254 - 63 |
Sitemap
|
สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย
CO-OPERATIVE LEAGUE OF THAILAND
เมนู
สันนิบาตสหกรณ์ฯ
ประวัติสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย
ทำเนียบผู้บริหารสันนิบาตแห่งประเทศไทย
วิสัยทัศน์ และพันธกิจ
นโยบายการดำเนินการ
อำนาจหน้าที่
แผนพัฒนาสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย
ระเบียบสันนิบาตสหกรณ์ฯ ว่าด้วย สันนิบาตจังหวัด พ.ศ. 2562
ระเบียบสันนิบาตสหกรณ์ฯ ว่าด้วย การให้การศึกษาฝึกอบรมวิชาการสหกรณ์ฯ พ.ศ. 2567
ระบบงาน สันนิบาตสหกรณ์ฯ
แผนที่ สันนิบาตสหกรณ์ฯ
โครงสร้างองค์กร
โครงสร้างองค์กร
โครงสร้างผู้บริหาร
คณะกรรมการดำเนินการฯ ชุดที่ 26
คณะผู้ตรวจสอบกิจการ
ที่ปรึกษาสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย
หน่วยงานภายใน
ผู้อำนวยการ
สายงานบริหาร
สายงานส่งเสริมสหกรณ์
สถาบันพิทยาลงกรณ์
สำนักยุทธศาสตร์และกฎหมาย
ฝ่ายตรวจสอบภายใน
เกี่ยวกับสหกรณ์
ประวัติพระบิดา
วิวัฒนาการสหกรณ์ไทย
ประเภทสหกรณ์
หลักการณ์ อุดมการณ์ และวิธีการสหกรณ์
ขั้นตอนการจัดตั้งสหกรณ์
พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 (ฉบับสมบูรณ์)
สารสนเทศสหกรณ์
ผลิตภัณฑ์สหกรณ์
ติดต่อเรา
ข่าวประชาสัมพันธ์
หน้าแรก
ข่าวประชาสัมพันธ์
การกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อสหกรณ์
โดย นายกมลศักดิ์ นันตา
วันที่ 21 ก.ค. 2565 เวลา 14:17 น.
6276
การกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อสหกรณ์
................................................
พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 43 บัญญัติว่า ข้อบังคับของสหกรณ์อย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้ (7) คุณสมบัติของสมาชิก วิธีรับสมาชิก การขาดจากสมาชิกภาพ ตลอดจนสิทธิหน้าที่ของสมาชิก ภายใต้ข้อบังคับสหกรณ์ทุกประเภทตามร่างกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้กำหนดให้การถูกให้ออกจากสหกรณ์เป็นเหตุหนึ่งของการขาดจากสมาชิกภาพ และกำหนดให้สมาชิกสหกรณ์มีประพฤติการใด ๆ อันเป็นเหตุให้เห็นว่าไม่ซื่อสัตย์สุจริต แสดงตนเป็นปฏิปักษ์หรือทำให้เสื่อมเสียต่อสหกรณ์ไม่ว่าโดยประการใด ๆ เป็นเหตุหนึ่งที่อาจต้องถูกให้ออกจากสหกรณ์ โดยกำหนดให้อำนาจคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ในฐานะผู้ดำเนินกิจการสหกรณ์ เป็นผู้พิจารณาและลงมติให้สมาชิกออกจากสหกรณ์ แต่หากสมาชิกที่ถูกให้ออกจากสหกรณ์ไม่เห็นด้วยมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ โดยให้ยื่นอุทธรณ์ต่อผู้ตรวจสอบกิจการหรือคณะผู้ตรวจสอบกิจการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งให้ออกจากสหกรณ์
สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในการพิจารณาพฤติการณ์การแสดงตนเป็นปฏิปักษ์ต่อสหกรณ์ คือ ความเป็นกลางของคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ เนื่องจากการมีผลประโยชน์หรือความมีส่วนได้ส่วนเสียหรือความเป็นศัตรูต่อกันย่อมบิดเบือนข้อเท็จจริงได้ง่าย ทำให้เกิดผลเสียต่อข้อพิพาทหรือความไม่เป็นธรรมต่ออีกฝ่าย ประกอบกับในกฎหมายหรือข้อบังคับสหกรณ์มิได้บัญญัติความหมายของคำว่า “ปฏิปักษ์” ไว้เป็นการเฉพาะ จึงต้องพิจารณาจากถ้อยคำที่กำหนดไว้ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งหมายถึง ฝ่ายตรงกันข้าม ข้าศึก ศัตรู ซึ่งมีลักษณะพฤติกรรมที่แสดงความเป็นศัตรูมุ่งร้ายต่อกัน ความหมายของคำดังกล่าวเป็นไปในลักษณะของนามธรรม การวินิจฉัยหรือพิสูจน์ได้นั้น ต้องถือหลักของการกระทำที่แสดงออกมาภายนอกเป็นเครื่องชี้ถึงสภาพจิตใจของผู้กระทำ หรือการแสดงออกย่อมบอกเจตนาของผู้กระทำ ดังนั้น การพิจารณาว่า สมาชิกคนใดมีพฤติกรรมเป็นปฏิปักษ์ต่อสหกรณ์หรือไม่ จึงต้องใช้การแสดงออกต่อสหกรณ์เป็นเครื่องชี้วัดว่า มีลักษณะพฤติกรรมที่แสดงความเป็นศัตรูมุ่งร้ายต่อกันหรือไม่ หากการกระทำหรือการแสดงออกในทางปฏิปักษ์ที่ปรากฏเป็นไปตามพฤติกรรมดังกล่าว ย่อมแสดงให้เห็นความเป็นปฏิปักษ์ต่อกันได้ เพื่อเป็นแนวทางในการพิจารณาการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์มีขอบเขตหรือความหมายเพียงใดแก่คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ จึงขอนำคำวินิจฉัยของศาลฎีกาที่เกี่ยวกับพฤติกรรมของสมาชิกที่เป็นปฏิปักษ์ต่อสหกรณ์ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ ดังนี้
กรณีสมาชิกสหกรณ์ไปเป็นพยานในคดีมีบุคคลอื่นฟ้องสหกรณ์และคณะกรรมการดำเนินการต่อศาล เป็นเหตุให้สหกรณ์แพ้คดี ไม่ถือเป็นการแสดงตนเป็นปฏิปักษ์ต่อสหกรณ์ ดังคำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 3295/2537 “โจทก์ที่ 1 ทำหนังสือยอมรับมติของคณะกรรมการดำเนินการในการเลิกจ้างนางสาวเกษมศานต์เป็นเรื่องระหว่างโจทก์ที่ 1กับคณะกรรมการดำเนินการของจำเลย นางสาวเกษมศานต์มิได้รู้เห็นยินยอมด้วย ประกอบกับการฟ้องคดีของนางสาวเกษมศานต์เป็นสิทธิส่วนตัว โจทก์ที่ 1 ไม่มีอำนาจที่จะบังคับไม่ให้นางสาวเกษมศานต์ฟ้องคดีได้ ส่วนจำเลยมีทนายความเป็นที่ปรึกษาอยู่ด้วยน่าจะรู้ถึงความข้อนี้ดีและควรหาทางแก้ไขอย่างอื่นมากกว่าการกล่าวโทษว่าโจทก์ที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามคำมั่นที่ให้ไว้ซึ่งโจทก์ที่ 1 อาจดำเนินการได้สำเร็จหรือไม่สำเร็จก็ได้ พฤติการณ์ของโจทก์ที่ 1 ยังฟังไม่ได้ว่าโจทก์ที่ 1 แสดงตนเป็นปฏิปักษ์หรือไม่ซื่อตรงต่อจำเลยหรือทำให้จำเลยเสียหายอันเป็นเหตุให้ที่ประชุมลงมติถอดถอนสมาชิกภาพของโจทก์ที่ 1 มติของที่ประชุมดังกล่าวจึงไม่ชอบ”
กรณีสมาชิกนัดหมายให้มีการประชุมกันในหมู่สมาชิกเพื่อเข้าชื่อกันเรียกร้องให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ มิใช่เป็นการแสดงตนเป็นปฏิปักษ์ต่อสหกรณ์หรือกระทำการอันเป็นเหตุให้เห็นว่าไม่ซื่อตรงหรือทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงหรือประโยชน์ของสหกรณ์ ดังคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4200/2530 “โจทก์ซึ่งเป็นสมาชิกสหกรณ์นัดหมายให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการใหม่แทนคณะเดิม ซึ่งโจทก์มีอำนาจกระทำได้ตามข้อบังคับ มิใช่เป็นการแสดงตน เป็นปฏิปักษ์ต่อสหกรณ์หรือกระทำการอันเป็นเหตุให้เห็นว่าไม่ซื่อ ตรงหรือทำให้เสื่อมเสียชื่อ เสียงหรือประโยชน์ของสหกรณ์ การที่จำเลยกับพวกยกเหตุดังกล่าวเป็นข้ออ้างให้โจทก์ออกจากสมาชิก จึงเป็นการละเมิดต่อสิทธิของโจทก์”
จากอุทาหรณ์ที่กล่าวข้างต้น สะท้อนให้เห็นว่า การที่สมาชิกสหกรณ์ใช้สิทธิตามข้อบังคับของสหกรณ์ ในการตรวจสอบ หรือกำกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ โดยสุจริต ไม่นับว่าเป็นการแสดงตนเป็นปฏิปักษ์ต่อสหกรณ์
นายธนศักดิ์ โพธีร์
นักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการพิเศษ
สำนักงานสหกรณ์จังหวัดมหาสารคาม
กิจกรรมล่าล่าสุด
21 ก.ค. 65
exttest9911
72 ครั้ง
21 ก.ค. 65
probetest7788
69 ครั้ง
21 ก.ค. 65
สสท.เปิดอบรม หลักสูตร “กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานสหกรณ์” รุ่นที่ 5
136 ครั้ง
21 ก.ค. 65
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานสหกรณ์ รุ่นที่ 5
382 ครั้ง
21 ก.ค. 65
ประกาศ สอบราคาจัดจ้างพนักงานบริษัททำความสะอาดและจัดเตรียมห้องพัก
143 ครั้ง
ดูทั้งหมด
เราใช้คุกกี้ (cookie) เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานจากการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราและเพื่อสนับสนุนประสิทธิภาพในการนำเสนอข้อมูลและ เนื้อหาต่างๆ ที่ผู้เข้าใช้งานจะได้รับชม
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
โดยทางเว็บไซต์จะสร้างไฟล์ข้อมูลที่มีขนาดเล็กไว้ในอินเตอร์เน็ตเบราว์เซอร์ของผู้เข้าใช้งาน เพื่อเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานของท่าน รวมถึงเพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการต่างๆ ภายในเว็บไซต์ของเรา และเมื่อผู้เข้าใช้งานกลับมาเยี่ยมชม หรือกลับเข้ามาใช้บริการในครั้งต่อไป แต่การเก็บข้อมูลด้วยคุกกี้จะไม่เก็บข้อมูลส่วนตัวใดๆของท่าน การยอมรับนี้จะไม่ทำให้เครื่องของท่านติดไวรัส หรือมัลแวร์แต่อย่างใด ทั้งนี้เพื่อทำการวิเคราะห์ซึ่งอาจทำหรือให้บริการโดยบุคคลอื่นที่ให้บริการหรือได้รับมอบหมายให้กระทำแทนในนามของเรา เช่น Google Analytic เป็นต้น เมื่อผู้เข้าใช้งานมีการกลับมาเยี่ยมชมเว็บไซต์โดยไม่เปลี่ยนแปลงการตั้งค่าคุกกี้บนอินเตอร์เน็ตเบราส์เซอร์ อุปกรณ์ของผู้ใช้งานจะยอมรับคุ๊กกี้อัตโนมัติในการเข้าใช้งานในครั้งต่อไป ซึ่งถ้าหากผู้เข้าใช้งานไม่ต้องการให้คุกกี๊ทำการรวบรวมข้อมูล ผู้ใช้งานสามารถเลือกเปลี่ยนแปลง หรือตั้งค่าการยอมรับคุกกี๊ได้ที่เมนู "การตั้งค่า" ของอินเตอร์เน็ตเบราว์เซอร์ที่ใช้งานอยู่
ยอมรับ