Home
โทร 02 669 3254 - 63 |
Sitemap
|
สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย
CO-OPERATIVE LEAGUE OF THAILAND
เมนู
สันนิบาตสหกรณ์ฯ
ประวัติสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย
ทำเนียบผู้บริหารสันนิบาตแห่งประเทศไทย
วิสัยทัศน์ และพันธกิจ
นโยบายการดำเนินการ
อำนาจหน้าที่
แผนพัฒนาสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย
ระเบียบสันนิบาตสหกรณ์ฯ ว่าด้วย สันนิบาตจังหวัด พ.ศ. 2562
ระเบียบสันนิบาตสหกรณ์ฯ ว่าด้วย การให้การศึกษาฝึกอบรมวิชาการสหกรณ์ฯ พ.ศ. 2567
แผนที่ สันนิบาตสหกรณ์ฯ
ระบบงาน สันนิบาตสหกรณ์ฯ
โครงสร้างองค์กร
โครงสร้างองค์กร
โครงสร้างผู้บริหาร
คณะกรรมการดำเนินการฯ ชุดที่ 26
หน่วยงานภายใน
ผู้อำนวยการ
สายงานบริหาร
สายงานส่งเสริมสหกรณ์
สถาบันพิทยาลงกรณ์
สำนักยุทธศาสตร์และกฎหมาย
ฝ่ายตรวจสอบภายใน
เกี่ยวกับสหกรณ์
ประวัติพระบิดา
วิวัฒนาการสหกรณ์ไทย
ประเภทสหกรณ์
หลักการณ์ อุดมการณ์ และวิธีการสหกรณ์
ขั้นตอนการจัดตั้งสหกรณ์
พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 (ฉบับสมบูรณ์)
สารสนเทศสหกรณ์
ผลิตภัณฑ์สหกรณ์
ติดต่อเรา
ข่าวกิจกรรม
หน้าแรก
ข่าวกิจกรรม
สสท. โต้โผหลัก นำกลุ่มเครือข่ายสหกรณ์นิคม ยื่นหนังสือภาครัฐ ขอทวงคืนที่ดินทำกินจากกรมป่าไม้
โดย นางสาวสุภ์จิตรา ปิยะจันทร์
วันที่ 16 มี.ค. 2565 เวลา 16:16 น.
1381
สสท. โต้โผหลัก นำกลุ่มเครือข่ายสหกรณ์นิคม
ยื่นหนังสือภาครัฐ ขอทวงคืนที่ดินทำกินจากกรมป่าไม้
กลุ่มเครือข่ายสหกรณ์นิคม 4 ภาค 17 สหกรณ์ 13 นิคม 14 ป่า 12 จังหวัด ตบเท้าเข้าพบ 3 หน่วยงาน เรียกร้องขอความเป็นธรรมให้ใช้ พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 เพื่อให้สมาชิกของสหกรณ์ได้รับกรรมสิทธิ์อย่างถูกต้อง
(วันที่ 16 มีนาคม 2565) ผู้แทนของกลุ่มเครือข่ายสหกรณ์นิคม 4 ภาค 17 สหกรณ์ 13 นิคม 14 ป่า 12 จังหวัด นำโดย นายสุพจน์ ริจ่าม ประธานกลุ่มเครือข่ายฯ และนายเจียง นาอุดม ประธานฯ สหกรณ์นิคมดงมูลสอง จำกัด พร้อมคณะ เดินทางเข้าพบนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และในวันเดียวกันนั้น ได้เดินทางไปยื่นหนังสือกับผู้แทนของรัฐบาล นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ณ ทำเนียบรัฐบาล เขตดุสิต จากนั้น นายปัณฐวิชญ์ มุ่งสมัครศรีกุล ผู้อำนวยการสันนิบาตสหกรณ์ฯ และคณะกลุ่มเครือข่ายฯ ได้เข้าพบอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ เพื่อยื่นหนังสือขอให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ ผลักดันการร้องขอสิทธิ์ในการจัดที่ดินทำกินให้กับชุมชนในพื้นที่ 13 นิคม 14 ป่า ซึ่งในส่วนของนิคมสหกรณ์ที่ได้รับความเดือดร้อนและได้ประสานงานขอความช่วยเหลือมายังภาครัฐเป็นระยะเวลายาวนานแล้ว ซึ่งอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้รับหนังสือและได้รับทราบความเดือดร้อนของสหกรณ์ ณ กรมส่งเสริมสหกรณ์ เทเวศร์
นายเจียง นาอุดม กล่าวว่า ยืนยันว่า ในส่วนของพื้นที่ 13 นิคม 14 ป่า ไม่ได้เป็นพื้นที่ป่า แต่เป็นชุมชน มีสิ่งปลูกสร้าง ถนน โรงเรียน และหน่วยงานภาครัฐ ในส่วนของสหกรณ์ ได้พยายามผลักดันให้กรมป่าไม้คืนพื้นที่ 13 นิคม 14 ป่า และให้นำเอาพื้นที่ดังกล่าว ไปจัดรูปแบบ (คทช.) โดยเสนอเข้างานนโยบายของรัฐบาลซึ่งเป็นการจัดที่ดินซ้ำซ้อนโดยกรมป่าไม้อ้างว่าสหกรณ์ของเราและกรมส่งเสริมสหกรณ์เช่าพื้นที่ป่าในพื้นที่ 13 นิคม 14 ป่า ทางเราขอยืนยันว่า ไม่จริง ไม่มีการเช่าตามที่กรมป่าไม้กล่าวอ้าง โดยสามารถไปตรวจสอบข้อเท็จจริงตามเอกสารการจดทะเบียนของแต่ละสหกรณ์ เราจดทะเบียนเริ่มต้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2518 ถึงปี พ.ศ.2526 แต่ละสหกรณ์จดทะเบียนมานานเท่าใด และจดทะเบียนประเภทของสหกรณ์ประเภทไหน ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าประเภทสหกรณ์นิคม ตามความในพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2511 และตามมติ ครม.ปี พ.ศ. 2513 และปี พ.ศ. 2517 นี่คือที่มาของพวกเรา กลุ่มเครือข่ายสหกรณ์นิคม 13 นิคม 14 ป่า 12 จังหวัด 4 ภาค ได้มีมติที่ประชุมเมื่อครั้งประชุมที่สหกรณ์ดงมูลหนึ่ง จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2564 ผู้เข้าร่วมประชุมได้ยืนยันไม่เอาโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามบันทึกรายงานการประชุมอย่างชัดเจนที่ส่งแนบมาพร้อมกันนี้ เหตุผลที่กลุ่มสหกรณ์นิคมเราทั้ง 17 สหกรณ์ ไม่รับโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน (คทช.) มีข้อเสีย คือ จากการที่หน่วยงานราชการนำเอาที่ดินใน 13 นิคม 14 ป่า เสนอเข้าโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนเข้าไปในงานนโยบายของรัฐบาล เป็นเพียงความต้องการผลงานและต้องการงบประมาณของแผ่นดินไปบริหาร ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ซ้ำซ้อน หากนำเอาที่ดินในเขต 13 นิคม 14 ป่า ไปจัดใหม่ จะมีความเสียหายต่อประเทศชาติอีกมาก เพราะจะต้องใช้งบประมาณของแผ่นดินมาดำเนินงานในพื้นที่ 1.5 ล้านไร่ โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนมีความเหมาะสมกับพื้นที่ ที่ประชาชนบุกรุกป่าต้นน้ำทุกภาคในประเทศไทย เพราะพื้นที่ดังกล่าวไม่มีหน่วยงานส่วนราชการกำกับดูแล
โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน เป็นโครงการที่ไม่ควรนำมาจัดในพื้นที่ของ 13 นิคม 14 ป่า เพราะพื้นที่ดังกล่าว ได้รับการจัดสรรที่ดิน จากหน่วยงานภาครัฐมาก่อนแล้ว กลุ่มราษฎรที่เป็นสมาชิกของสหกรณ์นิคมเขาได้รับการจัดสรรที่ดินจากภาครัฐมาเป็นเวลากว่า 50 ปี พัฒนาที่ดิน พัฒนาอาชีพ พัฒนาสิ่งแวดล้อม พัฒนาชุมชน พัฒนาสังคมให้น่าอยู่ พัฒนาเศรษฐกิจทางการเกษตรให้ประเทศ ความเป็นจริงแล้วในเวลานี้หากเขาได้รับการดูแลเอาใจใส่จากหน่วยงานของราชการพวกเราควรจะได้รับกรรมสิทธิ์ (เอกสารสิทธิ์) ในที่ดินตรงนี้ตั้งนานแล้ว สมาชิกของสหกรณ์ 13 นิคม 14 ป่า 7 สหกรณ์ทุกคน คุณสมบัติไม่เข้าหลักเกณฑ์ข้อกำหนดของโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนทำไมต้องมาจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน (คทช.) ในพื้นที่ 13 นิคม 14 ป่า 17 สหกรณ์ 4 ภาคซึ่งเป็นการซ้ำซ้อนให้กับพวกเราอีก พื้นที่ที่พวกเราสมาชิกสหกรณ์ 13 นิคม 14 ป่า 17 สหกรณ์มีที่มาตามมติคณะรัฐมนตรีอย่างถูกต้อง สมาชิกสหกรณ์นิคมทุกคนได้รับการรับรองให้เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่จากภาครัฐ หน่วยงานราช การกรมส่งเสริมสหกรณ์กำกับดูแลสมาชิกสหกรณ์ 13 นิคม 14 ป่า 7 สหกรณ์พวกเราอยู่ในพื้นที่ตามที่ได้รับการจัดสรรจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 มีหน่วยงานส่วนราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์รับผิดชอบกำกับดูแล ตามมติ ครม.วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2513 และมติ ครม.เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2517 กรมป่าไม้กันแนวเขตพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมอย่างถูกต้อง
สมาชิกสหกรณ์ 13 นิคม 14 ป่า 17 สหกรณ์ 12 จังหวัดได้รวมกันเป็นเครือข่ายสหกรณ์นิคม 4 ภาคเพื่อพัฒนาที่ดิน พัฒนาอาชีพ พัฒนาเศรษฐกิจทางการเกษตรของประเทศ พัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม พัฒนาคุณภาพชีวิตให้มีความเป็นอยู่อย่างพอเพียงตามทฤษฎีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 และในหลวงรัชกาลที่ 10
การขอถอดถอนเอาพื้นที่ของสหกรณ์นิคม 4 ภาค 13 นิคม 14 ป่าออกจากการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) เพื่อนำไปดำเนินการจัดที่ดินทำกินตามพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 โดยการดำเนินงานจากส่วนราชการ กรมส่งเสริมสหกรณ์ สมาชิกสหกรณ์นิคม 17 สหกรณ์ทุกคน อาศัยอยู่ในพื้นที่และทำประโยชน์มายาวนานกว่า 50 ปีมาแล้ว พวกเราต้องการกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของตนเองด้วยเหตุผลที่พวกเราได้นำมาเรียนให้ทราบตามข้อเท็จจริงตามเอกสารความชัดเจนที่ปรากฏ ขอให้โปรดพิจารณาคืนพื้นที่ 1.5 ล้านไร่ที่อยู่ในเขต 13 นิคม 14 ป่า 17 สหกรณ์ 4 ภาคที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ส่งคืนป่าไม้ เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ.2564 คืนมาเพื่อให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ นำมาจัดที่ดินทำกินตามพระราชบัญญัติจัดที่ดินทำกินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 และขอเพิกถอนป่าเพื่อ ออก กสน.3 และ กสน.5 ให้กับพวกตนต่อไป.
กิจกรรมล่าล่าสุด
16 มี.ค. 65
“การประเมินสินทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์” รุ่นที่ 1
327 ครั้ง
16 มี.ค. 65
ประธานฯ สสท. เปิดอบรมผู้นำกับการบริหารกิจการสหกรณ์ยุคใหม่ฯ (28 มีนาคม 2568)
28 ครั้ง
16 มี.ค. 65
ประธานฯ สสท. ปิดอบรม เทคนิคการลงทุนสหกรณ์ฯ พร้อมมอบวุฒิบัตร
93 ครั้ง
16 มี.ค. 65
คณะกรรมการสันนิบาตสหกรณ์จังหวัดระนอง ชุดที่ 2
70 ครั้ง
16 มี.ค. 65
บทความพิเศษ : หลักธรรมาภิบาลสหกรณ์
76 ครั้ง
ดูทั้งหมด
เราใช้คุกกี้ (cookie) เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานจากการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราและเพื่อสนับสนุนประสิทธิภาพในการนำเสนอข้อมูลและ เนื้อหาต่างๆ ที่ผู้เข้าใช้งานจะได้รับชม
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
โดยทางเว็บไซต์จะสร้างไฟล์ข้อมูลที่มีขนาดเล็กไว้ในอินเตอร์เน็ตเบราว์เซอร์ของผู้เข้าใช้งาน เพื่อเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานของท่าน รวมถึงเพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการต่างๆ ภายในเว็บไซต์ของเรา และเมื่อผู้เข้าใช้งานกลับมาเยี่ยมชม หรือกลับเข้ามาใช้บริการในครั้งต่อไป แต่การเก็บข้อมูลด้วยคุกกี้จะไม่เก็บข้อมูลส่วนตัวใดๆของท่าน การยอมรับนี้จะไม่ทำให้เครื่องของท่านติดไวรัส หรือมัลแวร์แต่อย่างใด ทั้งนี้เพื่อทำการวิเคราะห์ซึ่งอาจทำหรือให้บริการโดยบุคคลอื่นที่ให้บริการหรือได้รับมอบหมายให้กระทำแทนในนามของเรา เช่น Google Analytic เป็นต้น เมื่อผู้เข้าใช้งานมีการกลับมาเยี่ยมชมเว็บไซต์โดยไม่เปลี่ยนแปลงการตั้งค่าคุกกี้บนอินเตอร์เน็ตเบราส์เซอร์ อุปกรณ์ของผู้ใช้งานจะยอมรับคุ๊กกี้อัตโนมัติในการเข้าใช้งานในครั้งต่อไป ซึ่งถ้าหากผู้เข้าใช้งานไม่ต้องการให้คุกกี๊ทำการรวบรวมข้อมูล ผู้ใช้งานสามารถเลือกเปลี่ยนแปลง หรือตั้งค่าการยอมรับคุกกี๊ได้ที่เมนู "การตั้งค่า" ของอินเตอร์เน็ตเบราว์เซอร์ที่ใช้งานอยู่
ยอมรับ